ยินดีต้อนรับสู้เว็บ Thai Food ค่ะ เว็บสำหรับคนรักอาหารไทย ขนมไทยคร้าาาา

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ขนมไทยมงคล 9 ชนิด

    ขนมไทยมงคล 9 ชนิด 

ถ้าพูดถึงขนมไทยเพื่อนๆคิดถึงขนมไทยชื่ออะไรบ้างคะ  สุขใจนึกถึงพวกตระกูลทองต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นทองหยิบ  ทองหยอด  ฝอยทอง  หรือขนมที่ใส่น้ำกะทิก็จะนึกถึงสลิ่มและลอดช่อง  แต่เพื่อนๆรู้ไหมคะว่าขนมไทยเรานี้มีความหมายในตัวเองมัน  โดยเฉพาะขนมไทยที่ชื่อเป็นมงคล 9 ชนิดที่สุขใจกำลังจะเล่าให้ฟังนี้  เป็นขนมไทยที่นิยมใช้ในงานมงคลหรือมอบให้เป็นของขวัญเพื่อแสดงถึงความเป็นสิริมงคล  ความดีงามและความเจริญรุ่งเรืองค่ะ 


1.ขนมทองหยิบ 




                       ขนมอย่างแรกที่จะกล่าวถึงคือ  ทองหยิบ  ขนมชนิดนี้จะต้องใช้ความปราณีตอย่างมากในการทำ  ลักษณะของขนมจะเป็นรูปดอกไม้  แม่ครัวจึงต้องจับกลีบของทองหยิบให้งดงามเหมือนกลีบดอกไม้  ขนมชนิดนี้จะแสดงถึงการมอบความมั่งคั่งร่ำรวย  กระทำการงานอันใดก็จะมีเงินมีทอง  สมดังชื่อขนมคือ  ทองหยิบ-หยิบทอง  นั่นเอง

ส่วนผสม
1.ไข่ไก่ 20 ฟอง
2.น้ำตาลทราย 1 กก.
3.น้ำลอยดอกมะลิ 2.5 ถ้วยสิ่งที่ต้องเตรียมถาดถ้วยตะไลช้อน,ส้อม

วิธีทำ
1.ต่อยไข่ใส่ชาม แยกไข่ขาว ไข่แดง รีดเอาเยื่อออก แล้วตีไข่แดงให้ขึ้นฟู
2.ใส่น้ำตาล น้ำลอยดอกมะลิ ลงในกระทะทอง ตั้งไฟ พอเดือนและมีลักษณะข้น
3.เมื่อน้ำเชื่อมข้นได้ที่ ปิดไฟ ให้น้ำเชื่อมนิ่ง 
4.เริ่มตักไข่หยดลงทีละช้อน โดยหยอดนิ่งๆ ปล่อยไข่แดงไหลง แผ่นไข่ก็จะกลม หยอดจนเต็มกระทะ เปิดไฟ ให้น้ำเชี่อมเดือด ลดไฟลง คอยใช้ทัพพีตักน้ำเชื่อมราด พอขนมสุกฟู ใช้ส้อมตักใส่ถาดโดยอย่าให้ทับกัน พออุ่นหยิบเป็นจีบ 
จีบ ใส่ถ้วยตะไล ทำจนหมด


**หมายเหตุ **
1. ถ้าไม่มีน้ำลอยดอกมะลิ ใช้ใบเตยต้มกับน้ำเชื่อมแทนก็ได้ เพราะช่วยดับกลิ่นคาวของไข่ได้
2. การตีไข่ ถ้าใช้เครื่องตีไข่จะสะดวกและเร็วกว่าการตีด้วยมือ
3. การแยกไข่ขาวกับไข่แดง ต้องแยกไข่ขาวออกให้หมด เพราะถ้ามีไข่ขาวก็จะทำให้ขนมทองหยิบแข็งกระด้าง ไม่น่ากิน

2.ทองหยอด




ขนมอย่างที่ 2 ก็คือ  ทองหยอด  ขนมชนิดนี้เป็นของโปรดของสุขใจเลยค่ะ  กินได้ไม่รู้เบื่อเป็นถาดๆ  ลักษณะของทองหยอดจะลูกกลมสวยสีทองเหลืองอร่าม  การให้ทองหยอดก็เปรียบเสมือนการอวยพรให้ร่ำรวย  มีเงินทองใช้ไม่หมดสิ้น  เปรียบดั่งการให้ทองคำแก่กันค่ะ


ส่วนผสม

  • ไข่เป็ด 20 ฟอง
  • แป้งข้าวเจ้า10 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
  • น้ำลอยดอกไม้ 1 1/2 ถ้วยตวง
  • กระทะทองเหลือง

วิธีทำ

  1. ทำการแยกไข่แดงและไข่ขาวออกจากกัน ส่วนที่ต้องการคือไข่แดง ส่วนไข่ขาวเก็บไว้ไปประกอบอาหารอย่างอื่น
  2. นำไข่แดงวางบนผ้าขาวบาง แล้วบีบไข่แดงลงไปในชามผสมเพื่อกรองเยื่อไข่แดงให้ไข่เนียนยิ่งขึ้น ตีไข่แดงให้ขึ้นฟูแล้วใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปตีอีกครั้งให้เข้ากัน
  3. ผสมน้ำลอยดอกไม้และน้ำตาลทราย ตั้งไฟแรงจนน้ำตาลเดือดพร้อมกับเคี่ยวใช้เวลาประมาณ 20 นาที จนกลายเป็นน้ำเชื่อมข้น
  4. เสร็จแล้วเทส่วนน้ำเชื่อมแยกไว้ในอ่างสำหรับแช่ทองหยอด และส่วนอีกส่วนให้ตั้งไฟไว้สำหรับหยอดทองหยอด
  5. ต้มน้ำเชื่อมให้เดือดฟูตลอด ใช้ปลายช้อนแกงตักแป้งขึ้นมา กะปริมาณให้พอเหมาะ ใช้นิ้งโป้งดันแป้งลงไปในกระทะ
  6. ขนมลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว ใช้กระชอนตักขนมขึ้นมาแล้วนำมาพักไว้ในชามน้ำเชื่อมที่แยกไว้ จากนั้นก็ตักขึ้นมาใส่ห่อขนมที่เตรียมไว้ได้เลยค่ะ



3.ขนมฝอยทอง




                                                              ขนมอย่างต่อไปคือ  ฝอยทอง  ฝอยทองเนี่ยจะเป็นเส้นติดกันเป็นแพ  แม่ครัวจะทำเป็นเส้นแพยาวๆพับทบไปทบมา  นิยมให้กันในงานมงคลสมรส  ที่สำคัญคือเขาถือเคล็ดกันว่าห้ามตัดขนมให้สั้น  ต้องปล่อยให้ยาวๆแบบนี้แหละค่ะ  เนื่องจากมีความเชื่อว่าคู่บ่าวสาวจะได้ครองชีวิตคู่และรักกันอย่างยืนยาวเหมือนเส้นแพยาวๆของฝอยทอง   https://www.pim.in.th/thai-dessert/356-gold-egg-yolks-thread





4.ขนมทองเอก 



 เป็นขนมที่หากินได้ยากมากๆๆๆๆในปัจจุบัน  เนื่องจากขั้นตอนการทำค่อนข้างยากและพิถีพิถัน  สวยงามและโดดเด่นกว่าขนมตระกูลทองชนิดอื่นๆตรงที่มีการติดทองคำเปลวไว้ด้านบน  ลักษณะของขนมทองเอกจะเป็นรูปดอกไม้แกะสลักแบบแตกต่างกันไป  ลวดลายจะค่อนข้างละเอียดและปราณีตมาก  ขนมชนิดนี้จะหมายถึงความเป็นที่หนึ่งหรือเป็นที่สุด  เนื่องจากคำว่าเอก  แปลว่า หนึ่ง  นิยมให้กันในการแสดงความยินดีเรื่องการเลื่อนยศ  เลื่อนตำแหน่ง  เป็นการแสดงความยินดีและอวยพรให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน  เป็นที่หนึ่งหรือที่สุดในการทำงาน



5.ขนมขนมชั้น


ขนมอย่างที่ 5  ขนมชั้น  ที่ชื่อขนมชั้นเนี่ยเพราะลักษณะขนมจะเป็นชั้นๆทั้งหมด 9 ชั้นค่ะ   แต่สมัยนี้มีขนมชั้นที่นำมาขดเป็นรูปดอกกุหลาบ  ก็สวยไปอีกแบบและไม่ทิ้งรสชาติความอร่อยของขนมชั้นแบบเดิมๆเลยค่ะ  ส่วนความหมายของขนมชั้นก็คือ  การเลื่อนขั้น  เลื่อนชั้น  เลื่อนยศให้สูงส่งยิ่งๆขึ้นไป  และเจริญก้าวหน้าเพราะคล้องกับเลข 9 ซึ่งเป็นจำนวนชั้นของขนมค่ะ


6 .เม็ดขนุน


ขนมอย่างที่ 6 คือ  เม็ดขนุน  ไม่ใช่เอาเมล็ดของขนุนมาทำนะคะ  แต่ลักษณะของขนมชนิดนี้ไปละม้ายคล้ายกับเมล็ดของขนุน  จึงตั้งชื่อตามลักษณะรูปร่างของขนม  แม่ครัวจะบดถั่วเขียวทำเป็นไส้และด้านนอกที่เป็นสีเหลืองคือเคลือบด้วยไข่แดง  ความหมายของขนมเม็ดขนุนคือ  การที่จะมีคนสนับหนุน  ค้ำจุนให้เจริญก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงาน


7.จ่ามงกุฏ


ขนมอย่างที่ 7 คือ  จ่ามงกุฏ  ซึ่งเป็นขนมอีกหนึ่งชนิดที่หาทานได้ยากและทำยากมากเช่นกัน  ชื่อขนมจ่ามงกุฏ  หมายถึงการเป็นหัวหน้าสูงสุด  นิยมให้เพื่อแสดงความยินดีและอวยพรในงานเลื่อนยศ  เลื่อนตำแหน่ง  ให้มีความเจริญก้าวหน้าในการงานเยิ่งๆขึ้นไป  ลักษณะของขนมชนิดนี้ก็คล้ายกับมงกุฏที่ประดับด้วยเมล็ดแตงโมงและทองคำเปลว


8.เสน่ห์จันทน์ 


ขนมอย่างที่ 8 คือ  เสน่ห์จันทน์  ซึ่งมีลักษณะเหมือนลูกจันทน์  แสดงให้เห็นถึงความมีเสน่ห์  เป็นที่รักของผู้อื่น  ไม่มีคนเกลียดชัง  ขนมชนิดนี้จะนิยมใช้ประกอบในงานมงคลสมรส  สุขใจว่าตอนนี้ก็หาชิมเสน่ห์จันทน์ยากเหมือนกันค่ะ



9.ขนมถ้วยฟู





และแล้วก็มาถึงขนมชนิดสุดท้ายคือ  ถ้วยฟู  เคล็ดลับก็คือจะนำน้ำดอกไม้สดมาเป็นส่วนผสมเพื่อให้เกิดกลิ่นหอม  ความหมายของถ้วยฟูก็เหมือนชื่อขนมเลย  คือ  ความเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟู  ใช้สำหรับพิธีมงคลได้ทุกพิธีเลยค่ะ

ครบหมดทั้ง 9  ชนิดของขนมไทยที่นิยมให้ในงานมงคลต่างๆแล้วนะคะ  จริงๆแล้วเราสามารถแยกให้เป็นชนิดๆได้  แต่คนไทยก็นิยมจัดเป็นพานหรือกระเช้าขนมไทยมงคล 9 ชนิดเลยค่ะ  ผู้ที่ได้รับก็จะได้พรไปเต็มๆ 9 ประการกันไปเลย  มีความสุขแถมยังรอร่อยอีก  ภูมิปัญญาคนไทยนี้เจ๋งจริงๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น